วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2555


มีข้อสงสัยที่จะสอบถาม คือ กรณีพนักงานในองค์กรทำผิดระเบียบเช่น ดื่มสุราในเวลาปฏิบัติงานและถูกรายงาน เมื่อมาถึงขั้นตอนของงานบุคคลได้พิจารณาโทษโดยการใช้การหักค่าตอบแทน (หักเงินเดือน)
ไม่มีการบันทึกโทษ สามารถทำได้หรือไม่ และผิดข้อกฎหมายใด ๆ หรือไม่

อยากสอบถามเพื่อเป็นความรู้ในปฏิบัติงานต่อไป

*********************************************************************************

4.4.3       บริษัทฯ จะหักค่าจ้าง, ค่าล่วงเวลา, ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดในกรณีดังต่อไปนี้
                4.4.3.1    ชำระภาษีเงินได้ตามจำนวนที่พนักงานต้องจ่าย,  ชำระประกันสังคมตามเกณ์ฑที่กฎหมายกำหนดไว้ หรือชำระเงินอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยได้รับความยินยอมจากพนักงาน
                4.4.3.2    ชำระหนี้สินที่เป็นไปเพื่อสวัสดิการที่เป็นประโยชน์ต่อพนักงานฝ่ายเดียว โดยได้รับความยินยอมจากพนักงาน
                4.4.3.3    เป็นเงินประกันตามมาตรา 10  ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2551 หรือเงินประกันความเสียหายในการทำงานจากพนักงานซึ่งสภาพการทำงานของพนักงานนั้น ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงิน หรือทรัพย์สินของบริษัทฯ  หรือชดใช้ค่าเสียหายให้กับบริษัทฯ ซึ่งพนักงานได้กระทำโดยจงใจ หรือประมาทเลินเล่อ อย่างร้ายแรง โดยได้รับความยินยอมจากพนักงาน
                4.4.3.4    เป็นเงินสะสมตามข้อตกลงเกี่ยวกับกองทุนเงินสะสม ( ถ้ามี ) การหักตาม ข้อ   4.4.3.2,  4.4.3.3 และ 4.4.3.4 ในแต่ละกรณีห้ามมิให้หักเกินร้อยละสิบ และจะหักรวมกันได้ไม่เกินหนึ่งในห้าของเงินค่าจ้าง โดยได้รับความยินยอมจากพนักงานนี่แหละ  ที่บริษัทฯ


 การพิจารณาโทษพนักงานที่กระทำความผิดนั้น ที่ถูกต้องแล้วนายจ้างจะลงโทษได้ตามที่เขียนไว้ในบทกำหนดโทษซึ่งต้องระบุให้ชัดเจนเอาไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเท่านั้น
เช่น
  - ตักเตือนด้วยวาจา
  - ตักเตือนเป็นหนังสือ
  - พักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้าง
  - เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย

เป็นต้นครับ

หากพนักงานได้กระทำผิดและมีการสอบสวนให้ความเป็นธรรมแล้ว ถ้าพนักงานผิดจริงก็ลงโทษได้ตามที่เขียนในบทกำหนดโทษไว้เท่านั้น จะไปพิจารณาโทษเป็นอย่างอื่นไม่ได้ครับ
ซึ่งโทษจะหนักหรือเบาก็แล้วแต่มูลฐานความผิดหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับนายจ้าง

ถ้าหากนายจ้างเขียนบทกำหนดโทษไว้โดยขัดต่อกฎหมาย บทกำหนดโทษที่เขียนไว้จะใช้บังคับไม่ได้และลูกจ้างก็ฟ้องได้ครับ
เช่นหากไปเขียนว่าหักค่าจ้าง อย่างนี้ไม่ได้ครับ เพราะไปขัดต่อมาตรา 76 ( ในมาตรา 76 เค้าห้ามนายจ้างหักค่าจ้างลูกจ้างครับ แต่จะมีข้อยกเว้นว่าหักได้ในกรณีใดได้บ้าง ลองไปอ่านในมาตรา 76
ดูอีกทีนะครับ )
ซึ่งจริง ๆ แล้วหากนายจ้างได้นำสำเนาข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานส่งให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบตามมาตรา 108 หรือ 110 แล้ว
พนักงานตรวจแรงงานก็จะให้นายจ้างแก้ไขบทกำหนดโทษหรือระเบียบอื่น ๆ ที่ขัดต่อกฎหมายด้วย
หากนายจ้างมีข้อบังคับแต่ไม่ได้นำสำเนาส่งให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบ นายจ้างก็มีความผิดครับ

ดังนั้นในกรณีที่ถามมานี้ ฝ่ายนายจ้างทำผิดแน่นอนตามมาตรา 76 และหากมีเขียนเรื่องการหักค่าจ้างไว้ในบทกำหนดโทษด้วย ข้อบังคับนั้นก็ผิดอีกครับ
หรือหากไม่เขียนไว้แต่ฝ่ายบุคคลได้ลงโทษไปอย่างนี้ก็ยิ่งผิดเข้าไปอีก
และการลงโทษโดยไม่มีเอกสารบันทึกไว้ ก็ผิดอีกครับ
สรุปว่าในกรณีนี้ฝ่ายบุคคลทำผิดทั้งหมดทั้งในแง่ของกฎหมายและการปกครอง

เหตที่เกิดขึ้นนี้ พนักงานมีความผิดจริงครับ เพราะดื่มสุราในสถานที่ทำงานของนายจ้าง  นายจ้างย่อมเอาผิดได้
ซึ่งหากมีผลเสียร้ายแรง นายจ้างมีสิทธิที่จะเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยด้วยซ้ำ
อย่างเช่น หากเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยอย่างนี้ ถ้าไปดื่มสุรา ถือว่าร้ายแรงมากครับ เลิกจ้างได้ทันที
แต่ถ้าเป็นพนักงานที่ทำงานด้านอื่นที่อาจจะส่งผลเสียหายน้อยกว่า ก็อาจจะไม่ถึงขั้นเลิกจ้างก็ได้ อาจจะแค่ตักเตือนเป็นหนังสือ ถ้าทำผิดซ้ำอีกภานยในระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันที่ได้กระทำผิดครั้งแรก
ก็เลิกจ้างได้
หรืออาจจะพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างไปก่อนก็ได้ครับ
แล้วแต่ดุยพินิจที่พิจารณาไปตามความเหมาะสม

กรณีที่ฝ่ายบุคคลทำผิดอย่างนี้ลูกจ้างสามารถยื่นเรื่องฟ้องนายจ้างได้ครับ

Wachirapong

วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เทคนิคการเป็นหัวหน้างาน

Super Boss (กด Like) เทคนิคการเป็นหัวหน้างาน ผู้นำที่ลูกน้องกด LIKE


ที่สถาบันวิจัยแห่งหนึ่ง การทำงาน 12-18 ชั่วโมงต่อวันถือเป็นเรื่องปกติของนักวิจัยที่นี่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักวิทยาศาสตร์ ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันสูง และ ความกดดัน วันหนึ่ง นักวิจัยคนหนึ่ง ได้ขออนุญาตหัวหน้าว่า "วันนี้ผมขอกลับสัก 5 โมงครึ่ง เพราะได้สัญญากับลูกชายว่าจะพาไปดูนิทรรศการสัตว์ทะเลซึ่งจัดเป็นวันสุดท้ายแล้ว" หัวหน้าอนุญาตให้กลับก่อนได้ หลังจากนั้น เขาได้ทำงานปกติจนกระทั่งงานใกล้เสร็จ เมื่อหันมาดูเวลาอีกทีปาเข้าไป 2 ทุ่ม 15 นาที เขาจึงรีบเก็บของและรีบขับรถกลับบ้านทันที กับความรุ้สึกผิด ที่ผิดสัญญากับลูกชาย เมื่อมาถึงบ้านเขาเห็นภรรยากำลังอ่านหนังสืออยู่แต่ไม่เห็นลูกๆ เขาไม่กล้าที่จะพูดอะไรก่อนเพราะเกรงว่าภรรยาจะโกรธ สักพักภรรยาเอ่ยปากถามว่า จะดื่มอะไรเย็นๆก่อนทานข้าวใหม เขาจึงเอ่ยถามภรรยาว่า ลูกๆไปใหน ภรรยาตอบว่า "นี่เธอไม่รู้เหรอ หัวหน้าของเธอและภรรยามาพร้อมกับลูกชายของพวกเขา มาชวนลูกชายเราและรับไปดูนิทรรศการทางทะเลตั้งแต่ 6 โมงเย็นแล้ว" เขาประหลาดใจ


เมื่อประมาณ 5 โมงครึ่ง หัวหน้าสังเกตว่าเขายังคงทำงานอย่างซีเรียสจนเลยเวลาไปแล้วและคงจะไม่ยอมกลับจนกว่างานจะเสร็จ หัวหน้าซึ่งต้องไปรับภรรยาที่ทำงานกับลูกที่โรงเรียนอยู่แล้ว จึงได้ชวนกันไปแวะรับลูกชายของเขาไปดูนิทรรศการด้วยกันตอนเย็น นี่เป็นตัวอย่างจริงของหัวหน้างานซึ่งเป็น ศาสตราจาย์ที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งที่สถาบันแห่งหนึ่งในอินเดีย



มีคำกล่าวที่ว่า "Leadership skills and techniques can be learned. You don't have to be a natural leader. Very few people are." "ทักษะการเป็นผู้นำเรียนรู้กันได้ ไม่จำเป็นต้องติดตัวมาด้วยแต่กำเนิด ซึ่งน้อยคนมากๆ ที่มีมาตั้งแต่เกิด" หัวข้อนี้เหมาะกับผู้ที่เป็นหัวหน้างาน และ ผู้สนใจที่ต้องการเพิ่มศักยภาพการบริหารทีมงาน ด้วยวิทยากรมืออาชีพ การอบรมนี้รวมรวมเทคนิคเพื่อให้ผู้เป็นหัวหน้างาน นำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ร่วมกับทักษะการทำงานปกติซึ่งทุกท่านมีกันอยุ่แล้ว เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการบริหารทีมงานยิ่งขึ้น อาทิเช่น





- เทคนิคการสั่งงานอย่างมีประสิทธิภาพ การสื่อสารที่รู้เรื่อง ประเภทของการสั่งงานในรูปแบบต่างๆ (Good Communication)


- เทคนิคการติดตามงาน ที่มอบหมายให้ทำ เพื่อประเมินผล (Follow up & Evaluation)


- เทคนิคการให้คำชมลูกน้อง หรือ ทีมงาน (Praise staff)




- เทคนิคการให้คำแนะนำ แก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น (Correct Staff)





- เทคนิคการให้รางวัลต่อลูกน้อง หรือ ทีมงาน อะไรบ้างที่สามารถให้เป็นรางวัลได้ มีผลกระทบอย่างไร (Reward Staff)





- เทคนิคการแสดงความพอใจ หรือ ไม่พอใจ กับผลการทำงาน (Feedback)





- เทคนิคการบริหารงานที่มอบหมาย เมื่อไหร่ควรบังคับ เมื่อไหร่ควรถอยออกมา (Push, but back off)




- เทคนิคการให้อำนาจการทำงานอย่างเต็มที่ ให้ความรับผิดชอบอย่างเต็มที่กับลูกน้อง (Responsibility, not tasks)




- เทคนิคการลดความขัดแย้ง จัดการกับความขัดแย้งภายใน หรือ ระหว่างแผนก หน่วยงาน (Conflict Management)





- เทคนิคการเป็นผู้ฟังที่ดี (Effective listener) เทคนิคการเป็นผู้พูดที่ดี (Good Speaker)





- การบริหารงานแบบ Micro-Manage ที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างไร




- เทคนิคการสร้างความประทับใจให้ลูกน้อง





- เทคนิคการสร้างอารมณ์ขัน บรรยากาศที่ดีในการทำงาน (Sense of Humor)





- อะไรบ้างผู้ที่เป็นหัวหน้าไม่ควรทำ (Stay away from Bad Boss, Don't be a jerk)

ต้องเรียนรู้และต้องทำด้วยใจ เพราะว่าชีวิต การทำงาน ทุกคนสามารถเป็นผู้นำได้ตลอดเวลา

ปล...